ช่วยเหลือ - ค้นหาข้อมูล - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
Full Version : @ ... ถ่ายภาพอย่างไรให้คมชัดถูกใจ & เทคนิคแต่งภาพเล็กน้อย ...@
ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ แฟนคลับ > ต่ายแฟนคลับ > ห้องแกลลอรี่
Mr.Forever
ตอนแรกไม่คิดว่าจะโพส แต่คิดว่าน่าจะพอประโยชน์กับบางคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องการถ่ายภาพมากเท่าไหร่ เพราะยังไงออกไปถ่ายแต่ละทีก็คงอยากได้ภาพสวยๆ คมๆ ชัดๆ กันกลับมาทุกคนอยู่แล้วเนอะ

ที่จะเขียนก็เกี่ยวกับเทคนิคเบื้องต้นคร่าวๆ กะให้อ่านง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ปรับใช้สบายๆ กันครับ จะมีทั้งในส่วนของการอธิบายศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับค่าต่างๆ ของตัวกล้อง รวมไปถึงการแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ แรกๆ คงเน้นให้ดูคมชัดไปก่อนเนอะ ไว้ใครอยากได้เทคนิคอะไรเป็นพิเศษก็ถามมาละกันครับ ^^

ปล. 1 ในกระทู้อาจจะมีการยกภาพตัวอย่างมาประกอบด้วย ก็ขออนุญาตเจ้าของภาพด้วยนะครับ

ปล. 2 หาก webmaster หรือ mod คนไหนเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ย้ายได้ครับ แต่คิดว่าแปะห้องนี้น่าจะตรงประเด็นที่สุดแล้วนะ


=====================================================


1. เทคนิคการถ่ายภาพและการใช้งานกล้องแบบทั่วๆ ไป

การถ่ายภาพจะคมชัดหรือไม่คมชัดอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือค่าของ Shutter Speed หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือค่าความเร็วในการเปิดปิดม่านชัตเตอร์ของกล้องนั่นเอง

เอ่อ.... สรุปง่ายๆ ก็คือค่าความเร็วในการถ่ายภาพของกล้องนะแหละ


ความจริงมันมีกฏของมันอยู่ครับ ว่าที่ช่วงซูมเท่าไหร่ ต้องมี Shutter Speed แค่ไหนถึงจะได้มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพที่คมชัด แต่คงไม่พูดถึงเนอะ มันจะดูยุ่งยากไป ขอสรุปง่ายๆ ละกันว่าหากถ่ายด้วย Shutter Speed ที่ราวๆ 1/60s ขึ้นไป มันก็จะไม่เบลอมากแล้วล่ะ ถือว่าพอใช้ได้ เหลือจากนั้นก็อยู่ที่ว่าคนถ่ายจะมือนิ่งมากน้อยแค่ไหน

เมื่อรู้แล้วว่าต้องใช้ค่า Shutter Speed ประมาณไหน ทีนี้มาดูกันดีกว่า ว่าเราจะทำยังไงให้ได้ค่า Shutter Speed ราวๆ นี้ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดถูกใจ


ค่า Shutter Speed จะเป็นอย่างไร จะขึ้นอยู่กับค่าสองค่านี้เป็นหลักครับ

1. F-Stop หรือค่ารูรับแสง - ซึ่งจากกล้องจะเป็นตัวเลขประมาณ 2.8, 5.6, 8 เป็นต้น น่าจะพอคุ้นๆ กันเนอะ ค่าตรงนี้ยิ่งน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ได้ค่า Shutter Speed สูงขึ้น แต่ความคมชัดจะคมเฉพาะตรงจุดที่เราโฟกัสเท่านั้น ส่วนนอกจุดโฟกัสจะค่อยๆ เบลอไปทีละน้อยๆ แล้วแต่ว่าเราอยู่ใกล้ของที่เราถ่ายมากน้อยแค่ไหน

แต่ในสภาวะแสงน้อยๆ นั่น คงไม่มีทางเลือกครับ ต้องปรับให้ค่าๆ นี้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ส่วนในสภาวะที่แสงดีๆ เช่นนอกอาคาร ก็อาจจะเพิ่มค่าเข้าไปครับ ยิ่งมากๆ ความคมชัดก็ยิ่งสูงขึ้น ยังไงก็ดูค่า Shutter Speed ประกอบครับ อย่าให้มันต่ำกว่า 1/60s เป็นใช้ได้

สำหรับคนใช้ DSLR คงพอมีพื้นฐานตรงนี้มาบ้างแล้วเนอะ ว่าหากอยากได้ประเภทหน้าชัดหลังเบลอ ก็ใช้ค่า F-Stop กว้างๆ หรือค่า F น้อยๆ นั่นเอง ยังไงก็ระวังระยะชัดตื้นให้ดีละกันครับ ไม่งั้นอาจจะได้ภาพชัดไม่ครบทั้งหน้าได้


2. ISO - ค่านี้เป็นอีกค่าที่ช่วยเพิ่ม Shutter Speed ได้ ยิ่งปรับให้มีค่า ISO สูงเท่าไหร่ ค่า Shutter Speed จะยิ่งสูงขึ้นตามมา แต่ข้อเสียสำคัญสำหรับการเพิ่มค่า ISO ก็คือมันทำให้ภาพมี Noise สูงตามไปด้วย ไอ้ Noise ในภาษาถ่ายภาพก็คือเจ้าจุดๆ เล็กๆ ในภาพนะแหละ มีเยอะมันก็ไม่สวย แต่ยังไงก็ดีกว่าได้ภาพเบลอนะ เพราะ Noise นี่ยังใช้โปรแกรมลบ Noise อย่างพวก Neat Image ช่วยได้บ้าง หากไม่หนักหนาจนเกินไป แต่ถ้าเบลอมากไป ปรับยังไงก็ให้ชัดยากครับ ยิ่งถ้าไม่ใช่ DSLR ปรับแล้วโอกาสเละมีสูงมากจริงๆ

ยังไงถ้าต้องถ่ายภาพในอาคารก็ลองเซ็ตเป็น 200 ไว้ก่อน แล้วลองปรับให้ค่า F-Stop เป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ จากนั้นเช็ค Shutter Speed ดูอีกที ว่าได้น้อยกว่า 1/60s หรือเปล่า หากน้อยกว่าก็ปรับขึ้นไปเป็นสัก ISO400 ดูละกัน แต่ต้องทำใจนะ ว่าหากเป็นดิจิคอมแพ็คเนี่ย ISO สูงๆ Noise มากันเพียบแน่ๆ

แต่ก็ยังดีกว่าได้ภาพเบลอ ๆ มาใช่มะล่ะ แฮ่...



ก็ลองเอาไปเล่นๆ ปรับๆ ดูครับ ลองถ่ายเล่นดู คาดว่าน่าจะเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมนะ มีอะไรโพสถามได้ครับ



=================================================

ความคมชัดนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับการปรับค่า Shutter Speed อย่างที่พูดถึงขั้นต้นแล้ว ยังมีอีกหลายส่วนเหมือนกันที่มีผลเช่น

ตัวกล้อง - อันนี้กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค กับกล้อง DSLR จะให้ภาพที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่ภาพจากดิจิคอมแพ็คนั้น ตัวกล้องจะทำการ Sharpen หรือเร่งความคมของภาพมาให้เลยหลังถ่ายเสร็จ แต่ของ DSLR จะไม่เร่งมาให้มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะให้ผู้ใช้งานเอาไป Sharpen เพิ่มเองในโปรแกรมตบแต่งภาพมากกว่า เพราะผู้ใช้กล้องระดับนี้ ถือว่ามีความรู้ในระดับหนึ่งแล้ว ไม่เหมือนกับผู้ใช้กล้องดิจิคอมแพ็ค ที่ส่วนใหญ่ถ่ายเสร็จแล้วก็เอาภาพไปอัดเลย ไม่ค่อยจะนำมาแต่งมากเท่าไหร่นัก ดังนั้นกล้องเลยทำออกมาตอบสนองกลุ่มผู้ใช้งานไม่เหมือนกันในส่วนนี้

เพราะงั้นใครใช้กล้อง DSLR ถ่ายเสร็จแล้วอย่าลืมเอามาเร่งความคมชัดใน Photoshop ด้วยนะครับ ส่วนเทคนิคการเร่งความคมชัดเดี๋ยวจะสอนต่อในกระทู้นี้นะ

นอกนั้นก็เป็นในส่วนของการปรับย่อภาพจากต้นฉบับลงมาเป็นขนาดที่เอาไว้โพสในเวป ขอยกไปคุยหัวข้อถัดไปนะครับ eyeimpress.gif

===============================================

การย่อภาพลงเวป และความคมชัดที่หายไปหลังย่อภาพเสร็จ


จากที่ดูภาพของหลายๆ คน สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือภาพจริงๆ คมชัดมากแล้ว แต่เนื่องจากพอนำมาย่อแล้ว ส่วนใหญ่จะย่อภาพครั้งเดียว กล่าวคือ จากภาพต้นฉบับที่มีขนาดใหญ่มาก ทีนี้พอจะเอามาโพสในเวป แน่นอนว่าคงโพสภาพต้นฉบับไม่ได้ เพราะมันใหญ่ไป ก็ต้องมีการย่อภาพเกิดขึ้น

ตรงนี้หลายคนเลือกที่จะย่อครั้งเดียวเช่นจาก 3000 pixel ก็ย่อทีเดียวเป็น 800 pixel เลย ซึ่งการย่อครั้งเดียวแบบนี้จะมีส่วนทำให้ความคมชัดของภาพหายไปอย่างน่าเสียดายครับ ดังนั้นก็เลยขอแนะนำเทคนิคการย่อภาพจากเฮีย RBJ ณ Pixpros เพื่อนำมาโพสในเวปดังนี้ครับ

จากภาพต้นฉบับให้ทำการย่อทีละ 500 แล้วย่อเสร็จแล้วก็ทำการ Unsharp Mask ด้วยหนึ่งครั้ง ตามค่าด้านล่างครับ

คำสั่ง Unsharp Mask คือคำสั่งเพิ่มความคมชัดให้กับภาพนั่นเอง สามารถเรียกคำสั่งนี้ขึ้นมาใช้งานได้ด้วยการเข้าเมนู Filter ด้านบน

Filter > Sharpen > Unsharp Mask (อันล่างสุดนะแหละ)

3800 pixels ----- Image size ----> 3000 Pixels / Unsharp mask -amount 200 / Radius 0.2 /Threshold 1
3000 pixels ----- Image size ----> 2500 Pixels / Unsharp mask -amount 200 / Radius 0.2 /Threshold 1
2500 pixels ----- Image size ----> 2000 Pixels / Unsharp mask -amount 200 / Radius 0.2 /Threshold 1
2000 pixels ----- Image size ----> 1500 Pixels / Unsharp mask -amount 200 / Radius 0.2 /Threshold 1
1500 pixels ----- Image size ----> 800 Pixels / Unsharp mask -amount 300 / Radius 0.2 /Threshold 1



อาจจะดูยุ่งยาก เพราะแทนที่จะย่อทีเดียวพอต้องทำซ้ำตั้งหลายครั้ง อันนี้แนะนำว่าอัดไว้เป็น Action เลยครับ ย่อทีก็กดที ง่ายดาย


ใครขี้เกียจทำ อันนี้มีบริการครับ เอามาแจกละกันง่ายดี อันนี้ผมทำไว้ใช้เองส่วนตัวครับ รับรองปลอดภัยไร้กังวล ^^

http://www.filelodge.com/files/room44/1259...ze%20action.atn

คลิ๊กขวาที่ link ด้านบนแล้วเลือก Save เลยครับ เซฟไว้ตรงไหนจำด้วยนะ เพราะเดี๋ยวเราต้องไปโหลดเอา Action นี้มาใช้

วิธีโหลด Action นี้มาใช้กับ Photoshop ก็ทำตามรูปด้านล่างเลยครับ เริ่มจากมองไปทางขวาของโปรแกรม Photoshop เราจะเห็นกรอบสามสี่กรอบอยู่ตรงนั้นตามปกติ เลือกกดตามหมายเลขที่บอกเลยครับ



ตอนที่กด Load จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมาถามว่า Action ที่จะโหลดนั้นเซฟไว้ตรงไหนของคอมพิวเตอร์ ก็กดเข้าไปตรง Folder ที่เราเซฟภาพเมื่อครู่นั่นแหละ พอเืลือกเปิดแล้วเราจะเห็น Action โผล่ขึ้นมาพร้อมใช้งานตามภาพด้านล่างครับ

ตอนจะใช้ก็แค่กดคลิ๊กเลือกว่าจะใช้ Action อันไหน แล้วกดปุ่ม Play เท่านั้นเองครับ ง่ายมะ หุๆๆ




Action ที่ให้มานั่นประกอบด้วย

Resize Ver 800 = Resize ภาพแนวตั้งให้เหลือขนาดแนวตั้งที่ 800 pixel
Resize Hor 900 = Resize ภาพแนวนอนให้เหลือขนาดแนวนอนที่ 900 pixel

หากอยากได้ขนาดเล็กหรือว่าใหญ่กว่านี้ก็ปรับเอาตามใจชอบเลยครับ กดเข้าไปตรงลูกศรสีน้ำเงินหน้า Action แล้วเลื่อนมาที่คำสั่ง Image Size อันล่างสุด Double Click เข้าไป จะมีหน้าต่าง Image Size เด้งขึ้นมา ก็ปรับแค่ตรงนั้นเลย มันจะทำการบันทึกการเปลี่ยนแปลง Action เอาไว้ เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Stop เท่านั้นเอง

อันนี้ปรับใช้ได้สำหรับคนที่ภาพต้นฉบับขนาดเล็กกว่า 3000 ได้เช่นกัน โดยปรับแก้ที่คำสั่ง Image Size อันแรกนั่นเอง ของผมภาพต้นฉบับขนาด 8 mega pixel จะได้ภาพราวๆ 3500pixel ครับ ใครต้นฉบับน้อยกว่านี้ก็ปรับแก้เอาตามสบายครับ


มี Action แถมให้สามอันคือ

1. Lomo Ta Cross = Action ทำภาพเป็นแนว Lomo Cross
2. Lomo Ta = Action ทำภาพแนว Lomo สีสดธรรมดาทั่วไป
3. B&W = Action เปลี่ยนภาพเป็นแนวขาวดำ


สองอันแรกต้นฉบับมาจากป้าตา ณ 2how.com ครับ


มีของเล่นให้เล่นเยอะเลยละสิคราวนี้ หุๆๆๆ ;D

===================================================

อธิบายจากด้านบนอาจจะยังไม่เห็นภาพมากนักว่าความคมชัดมันเกี่ยวอะไรกัน กับการที่ย่อภาพแบบครั้งเดียว เพราะงั้นขอยกตัวอย่างนะครับ เอาภาพของน้อง Photo Pds มาใช้อธิบายนะครับ เพราะส่วนตัวชื่นชมผลงานน้องเขามากสุดแระ อิอิ ตอนสมัยผมอายุเท่านี้ยังเล่นเตะบอลพลาสติกอยู่โครมๆ -*-


ภาพต้นฉบับ เราจะเห็นว่าภาพดูเหมือนจะไม่คมชัดมากเท่าไหร่นัก ซึ่งตรงนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัวของกล้อง DSLR ครับ จริงๆ ถ่ายมาคมชัดมากแล้ว ดูจากข้อมูลภาพก็เป็นดังนี้ครับ

Shutter Speed: 1/100s
F-Stop: 2.8
ช่วงซูม: 200mm (สุดช่วงซูมของเลนส์)
ISO: 400




แต่ที่ภาพดูแล้วเหมือนจะไม่ชัดนั้น น่าจะเนื่องมาจากน้องเขาไม่ได้ใช้ Smart Sharpen + USM ช่วย ทำให้ภาพยังไม่คมมากเท่าที่ควร อีกส่วนก็คงเป็นเพราะภาพจากกล้อง DSLR มันจะไม่คมมากอยู่แล้ว ต้องเอามาเร่งเองทีหลัง ใครชอบคมมากน้อยแค่ไหนก็เร่งเอา

ซึ่งเมื่อผมเอาภาพมาแต่งต่อ ก็สามารถขุดขึ้นมาได้ไม่ยากนัก จะเห็นว่าคมชัดมากขึ้น (แอบปรับสีสันให้สดใสและทำให้ภาพนุ่มขึ้นอีกเล็กน้อย) ซึ่งอันนี้จะทำได้ยากมากในกรณีที่ภาพต้นฉบับถ่ายมาไม่ดี หรือว่าเบลอเนื่องจาก Shutter Speed น้อยไป แบบนั้นขุดยังไงก็ไม่ขึ้นครับ

แต่ยังไงปรับแต่งจากภาพต้นฉบับก็ย่อมดีที่สุดครับ เพราะมันจะไม่เสียรายละเอียดไปเหมือนปรับตอนที่มันย่อแล้ว ปรับเสร็จก็ย่อตาม Action ที่ผมให้ไว้ด้านบน รับรองว่าคมสุดๆ แน่ๆ รับรองงงงง ;D




ก็หวังว่ากระทู้นี้จะช่วยให้คนที่อ่านน่าจะได้อะไรไปบ้างเนอะ อย่างน้อยคงได้ภาพที่ถูกใจมากขึ้นกว่าเดิมแหละ ^^



==============================================================

Link เกี่ยวกับการถ่ายภาพที่น่าสนใจ เผื่อใครอยากลองไปอ่านเพิ่มเติมเอาเอง

http://www.2how.com เวปเกี่ยวกับการถ่ายภาพยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งครับ อ่านง่ายได้สาระ ห้าดาวครับเวปนี้

http://www.2how.com/board/list.php อันนี้เป็นส่วนของ Forum ครับ มีรูปสวยๆ เทคนิคดีๆ เยอะเลย

http://www.pixpros.net เวปเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่มีตากล้องฝีมือดีอยู่เยอะมากครับ แต่เวปนี้ต้องสมัครสมาชิกก่อนนะถึงจะเข้าไปดูรูปได้ ยังไงรับรองว่าคุ้มครับ มีเทคนิคตบแต่งภาพเยอะมากๆ เลย

ก็ลองอ่านๆ กันดูครับ น่าจะช่วยให้การถ่ายภาพทำได้ดีขึ้นพอสมควรเลยล่ะ จะได้มีรูปสวยๆ ไว้ดูกันไงเนอะ ไปถ่ายทั้งทีไม่ใช่ง่ายๆ เหมือนถ่ายป้าข้างบ้านซะที่ไหน dontworry.gif
RvD
ขอบคุณที่แนะนำวิธีถ่ายรูปนะ
Zerorock
โอ้ว ถือเป็นความรู้มั่กๆ
Mr.Forever
พอดีมีหลังไมค์มาถามว่าไอ้ภาพจากกล้อง DSLR ที่ว่าไม่คมๆ เนี่ย มันยังไง แล้วปรับให้คมได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้อธิบายลำบาก คงต้องใช้ภาพเข้าช่วยหน่อยนะครับ

ปกติผมมักจะถ่ายออกมาเป็นไฟล์ Raw แล้วมา convert เปลี่ยนเป็น jpg ทีหลัง เพราะมันขุดได้ง่ายกว่ามาก โดยเฉพาะภาพแนวย้อนแสงแรงๆ แนะนำคนที่กล้องถ่ายเป็น Raw ได้ให้ถ่ายเป็น Raw ครับ รับรองว่าจะทำการแต่งภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลย


ว่าแล้วก็มาดูภาพตัวอย่างซะหน่อยนะครับ ภาพด้านล่างถ่ายช่วงเย็นๆ แสงนุ่มๆ ครับ พอดีน้องมาเที่ยวหาก็เลยจับเป็นนางแบบซะเลย แบบว่าปกติไม่มีนางแบบอ่ะ ที่มีเขาก็ไม่ให้เอารูปลงเวป เอิ๊กๆๆๆ เพราะงั้นทนดูหน้าน้องผมไปก่อนละกัน ดูเอารายละเอียดเนอะ



ภาพต้นฉบับที่ Convert มาจาก Raw จะเห็นว่าไม่คมอะไรมากมาย สีสันก็ออกจะจืดๆ ตามสไตล์ Canon ครับ ถ้าเกิดย่อภาพนี้แบบทีเดียวจบ ภาพจะคมชัดน้อยลงไปกว่านี้อีกพอสมควร แต่ภาพนี้ย่อด้วยเทคนิคย่อทีละ 500 อย่างที่บอกด้านบนไปแล้ว แต่จะเห็นว่าก็ยังไม่คมมากเท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ๋ภาพจากกล้อง DSLR จะคมสุดราวๆ นี้ครับ ต้องปรับเพิ่มเอาเองจาก Photoshop

ที่เป็นอย่างนี้เนื่องมาจากผู้ผลิตออกแบบมา ด้วยแนวคิดที่ว่าตลาดผู้ใช้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ผู้ใช้ต้องใช้โปรแกรมแต่งภาพเพิ่มเป
็นส่วนใหญ่ เพราะงั้นถ้าให้กล้องจัดการให้ บางคนที่ไม่ชอบภาพแนวคมกริบอาจจะไม่ถูกใจ เพราะงั้นอย่าเสี่ยงเลย เอาให้มันไปบ้า sharp ตามใจละกัน

ทีนี้ก็อยู่ที่คนใช้ครับ ว่าจะมีเทคนิคเรียกความคมแค่ไหน ชอบความคมประมาณใด แต่ภาพแนว portrait นี่ผมว่าไม่ต้องถึงกับคมกริบมากนักก็ได้ เอาแค่พอประมาณเนอะ

ส่วนตัวผม ผมปรับตั้งแต่ตอนยังไม่ย่อเลย ปรับด้วยคำสั่ง Smart Sharpen ก่อน 2 ครั้ง ด้วยคำสั่งย่อยสองอันต่างกัน

ครั้งแรกปรับด้วย Lens Sharpen ตั้งค่า Radius คงที่ ที่ 0.2 ส่วนค่า Amount นั้นแล้วแต่รูปครับว่าจะเอาชัดมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่ปรับราวๆ 50 - 200 ดูว่าแค่ไหนเหมาะสม

จากนั้นครั้งที่ 2 ปรับด้วย Guassian Sharpen ค่า Radius คงที่ ที่ 0.2 เหมือนเดิม ส่วนค่า Amount ปรับที่ 100 - 300 แล้วแต่ความเหมาะสมเช่นเคย


ปรับความคมชัดแล้วก็ค่อยปรับแต่งสีสันอย่างอื่นต่อ ซึ่งผมจะใส่ layer soft เพิ่มไปให้ภาพดูนุ่มๆ นวลๆ หน่อย สาวๆ มักจะชอบเห็นหน้าตัวเองใสๆ นวลๆ อยู่แล้ว เพราะงั้นถูกใจแน่นอน จากนั้นก็ปรับนู้นนี่ตามสไตล์

เมื่อปรับเรียบร้อยแล้ว ก็กด Action ย่อภาพ แค่นี้ก็เรียบร้อยพร้อมโพสแล้วคราบบบบ


eXeCuTe
วามไวชัตเตอร์ สัมพันธ์กะ รูรับแสง กะ f-stop


แถมถ้าเป็น DSLR ยังต้องดูช่วงของเลนส์ กับความไวชัตเตอร์อีก



ระวังเยอะแยะ m-cute.gif


ส่วนวิธีการแต่งรูป up to บุคคล และลักษณะนิสัย

ผมว่า เพื่อนๆ พี่ๆ แถวนี้ ไม่ปรับ iso กันก่อนเลยไม่ค่อยชัด เพราะเวลาถ่ายก็กดไม่ได้ดู iso whitebalance ไม่ดู ความไวชัตเตอร์อีกต่างหาก แล้วงาน ของนักแสดง SC โดยมาก จะในล่มซะเยอะ ไม่ค่อยมีกลางแจ้ง


อาจจะลำบากเพราะ หาวิธีอธิบายแบบสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้


จริงๆ ผมแนะนำให้ถ่ายตัวเองเล่นถ่ายทีวี ตู้เย็นอะไรเล่นดูก่อน จะไปลุยจริงก็ได้นะครับ


ประสบการณ์ ที่ผิดพลาดจะสอนเราได้เป็นอย่างดี



* ไว้ห้องนี้ดีแล้วครับ *
O-pak
m-eyeimpress.gif ขอบคุณค่ะคุณ Mr.Forever ได้ความรู้มากๆเลย
orbitalz
ขอบคุณมากๆๆเลยค๊าบบบบ

ป.ล. ภาพ rep #4 น่ารักดี shy.gif
loveJung
เหอะๆความรู้ใหญ่หลวงนี้สุดยอด eyeimpress.gif
Mr.Forever
จะโพสรูปลงเวป ทำยังไงดี ย่อขนาดไหน ฝากไว้เวปอะไรดี


อันนี้เป็นคำถามที่น่าจะเจอบ่อยที่สุด ก็ขอเอามาตอบในนี้ด้วยเลยละกันครับ จะได้อธิบายง่ายๆ สบายๆ เนอะ


ย่อขนาดเท่าไหร่ดี อันนี้มีหลายทางเลือกครับ ที่แนะนำคือ

สำหรับภาพแนวนอน ให้ขนาดกว้างที่สุดอยู่ที่ราวๆ 700 - 900 ครับ จะได้เห็นรูปใหญ่ๆ ชัด เต็มๆ ตา ใหญ่กว่านี้อาจจะล้นจอสำหรับคนที่เซ็ต Resolution ไว้น้อย

สำหรับภาพแนวตั้ง ให้ด้านที่ตั้งขนาดอยู่ที่ราวๆ 600 - 800 ครับ สำหรับผม ผมว่าเซ็ตไว้ที่ 800 กำลังดี เต็มๆ ตาดี


เพราะงั้นถ้าใครใช้ Action ที่ผมให้ไว้ จะย่อภาพแนวนอนที่ 900 ภาพแนวตั้งที่ 800 ไปทันทีง่ายๆ เนอะ



=====================================================

ย่อภาพแล้ว อยากกำหนดขนาดให้มันไ่ม่ใหญ่เกินไปทำไง เพราะบางเวปเขาจำกัดขนาดโพสรูป


อันนี้ไม่ยากครับ ลองอ่านจากเวปด้านล่างได้เลย เขาแนะนำไว้แล้ว

http://topicstock.pantip.com/camera/topics...3/O3560123.html

ขนาดที่เหมาะสม ผมว่าเซ็ตไว้ที่ราวๆ 150k กำลังดีครับสำหรับโพส ภาพขนาดไม่ใหญ่ โหลดไม่นาน แต่ถ้าใครขี้เกียจคลิ๊กเข้าไปใน link ด้านบน ผมเอามาอธิบายให้ดูกันง่ายๆ ตามนี้ครับ

ใน link อาจจะดูยาวเพราะเขารวมวิธีใส่กรอบใส่ชื่ออะไรไว้ด้วย แต่ถ้าเราจะย่อภาพอย่างเดียว วิธีก็มีแค่สามขึ้นตอนเท่านั้นครับ

1. ไปที่เมนู Image > Image Size แล้วเลือกความกว้างราวๆ 700 - 900



2. หากทำตาม Action ที่ผมให้ไปก็น่าจะได้ภาพขนาด 900 มา ความคมชัดน่าจะอยู่ในระดับรับได้แล้ว ก็เตรียมเซฟได้เลย หรือหากยังชัดไม่สาแก่ใจก็ใส่ usm ไปอีกรอบหนึ่งก็ได้ครับ

3. เซฟภาพโดยไปที่เมนู File > Save for web จะมีหน้าต่างเปิดขึ้นมา ก็เลือกให้เซฟเป็น jpeg หรือ gif ก็ได้ตามสะดวก แต่ถ้าเซฟเป็น jpeg จะมีแถบเลือกคุณภาพของภาพให้เลือน ก็เลื่อนๆ เอาครับ โดยกะให้อยู่ราวๆ 50 - 80% ราวๆนี้นะ จะได้โชว์รูปในกระทู้เลย

หรือถ้าอยากให้ง่ายกว่านั้นก็ทำตามรูปด้านล่างเลยครับ โดยกดตรงปุ่มลูกศร ที่ชี้ไว้นะแหละ



จากนั้นก็ใส่ขนาดไฟล์ที่ต้องการลงไป แนะนำว่าเลือก 150 kb ก็พอครับ กำลังดี ภาพไม่บีบมากนัก ให้คุณภาพมันไม่ต่ำกว่า 50% ก็สบายๆ หรูๆ แล้วครับ




แค่นี้เราก็ได้ภาพในขนาดที่ต้องการแล้ว ตามแต่ว่าใส่ไปแค่ไหน คุณภาพของรูปนั้นอาจจะลดไปบ้าง แต่ถ้าไม่ต่ำกว่า 50% ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามันต่ำกว่าแล้วก็ย้อนกลับไปย่อรูปลง เหลือสัก 700 แล้วมาลองทำย้อนใหม่อีกรอบครับ ไม่ก็เพิ่มขนาดไปเลยก็ได้ เอาเป็น 200 แทน เลือกเอาละกันทางใดทางหนึ่ง




แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ ย่อเสร็จ.... เสร็จโจรละงานนี้ เตรียมโพสได้แล้ววววว ;D



=======================================================

เวปนี้โพสรูปไม่ได้ จะเอารูปไปฝากไว้ที่ไหนดี


เข้าเวป http://imageshack.us/ เพื่อทำการฝากรูป กดปุ่ม Browse เพื่อบอกต่ำแหน่งภาพที่เราเซฟไว้ในเครื่อง จากนั้นก็กดปุ่ม Host it ตามภาพด้านล่าง





เมื่อทำการฝากเรียบร้อยแล้วจะมี Link ต่างๆ ขึ้นมาให้เห็น เลือกอันสุดท้ายให้มันโชว์ภาพขนาดเต็มไว้ในบอร์ดเลย




ทำการ Copy link ที่ได้แล้วเอามาแปะไว้ในบอร์ด

ทำให้ภาพแสดงในกระทู้โดยการกดเมนูที่เป็นรูปต้นไม้ด้านบน แล้วกด ctrl + v แค่นี้แหละเีรียบร้อยแล้ว


สำหรับเวป imageshack อาจจะมีปัญหาบ้าง คือมันล่มบ่อย บางทีก็ลบรูปเราไปอีกตะหาก ก็ลองหาเวปฝากรูปอื่นๆ ดูละกันครับ ที่ผมใช้ประจำคือเวปพันทิพย์ หน้า Gallery ครับ ในนั้นโพสได้ขนาด 150kb ผมก็ไปคุ้ยๆ หากระทู้เก่าที่ตกหน้าไปแล้ว แล้วเอากระทู้นั้นยืมมาฝากภาพซะเลย อิอิ แค่นี้ก็สบายแล้วครับ เพราะกระทู้ใน Gallery มันไม่มีลบครับ อยุ่ืยืนยงคงกระพันแน่นอน แต่เวปนี้ต้้องเป็นสมาชิกก่อนนะครับ ถึงจะโพสได้ เพราะงั้นใครเป็นสมาชิกพันทิพย์ คุณสามารถใช้สิทธิ์นั้นได้เดี๋ยวนี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/gallery/list_topicG.php

แนะนำให้คุ้ยกระทู้เก่าที่ตกหน้าไปแล้วนะครับ จะไ้ด้ไม่มีใครมาตามคุ้ยหา เลือกเอากระทู้ที่ไม่ค่อยมีคนเข้าครับ คือมีความเห็นต่ำกว่า 10 ผมก็ใช้วิธีนี้แหละ อิอิ แค่นี้ก็สบายแล้ว



.... เสร็จโจรรรรรรรรรรรร 8)


====================================================




ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาด้วยคราบ ยังไงมีอะไรจะแวะเอามาโพสฝากกันนะครับ

การแต่งภาพที่เีอีย eXeCuTe พูดนั่นถูกต้องยิ่งครับ มันแล้วแต่แนวใครเนอะ แต่กระทู้นี้คงไม่ถึงขั้นสอนอะไรลึกซึ้งมากมาย เพราะผมก็ไม่ได้ขยันอะไรเท่าไหร่ อิอิ

อยากภาพตัวอย่างที่โพสไปก็ไม่ได้แต่งอะไรมาก ปรับสีนิดหน่อย แต่ถ้าแต่งก็จะมีการใส่จินตนาการเพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อย เช่นภาพนี้เอาเทคนิคของเฮีย justin ในเวป pixpros ที่เขาสอนมาปรับใช้ ก็ได้ภาพที่สวยแปลกตามากขึ้น ด้านหลังดูแล้วเหมือนแสงอาทิตย์ส่องมาเป็นแฉกๆ ทั้งที่จริงๆ ไม่มี เป็นต้น


จากนั้นปรับโทนภาพให้อมเหลืองนิดๆ ให้เข้ากับบรรยากาศยามเย็นๆ ก็ได้ภาพออกมาแนวๆ นี้ครับ

eXeCuTe
มีประโยชน์ครับ

่อยากบอกทุกท่านที่อ่านว่า ต้องลองถ่ายรูปจริงๆ ด้วยครับ

ทฤษฎีมันจะสอนเรา แต่ปฎิบัติมันจะเตือนเรา

แล้วถ่ายไปเรื่อยๆ จะพบลายเซ็นของตัวเอง

อย่างเช่นสองเว็บที่ คุณ Mr.Forever

ทั้ง 2how (ซึ่งผมก็เป็นยามลบบอร์ดอยู่) และ pixpros ทั้งสองเว็บ สมาชิก มีลายเซ็นเป็นภาพรวมไม่เหมือนกัน และเทคนิคแต่งรูปก็ไม่เหมือนกัน มุมมอง และแนวรูปที่นิยมก็มีส่วนที่ต่างกัน

ปล. LomoTa Action เก่าแล้วครับ ลองไปหาๆ ดูใน นั้นครับจะพบว่าป้าแกมี Script มาแจก อีกอันนึง


แต่ถ้าชอบ portrait ลองไป thaidphoto.com หรือ photohobby.net ก็จะได้อีกอารมณ์ครัีบ


ทั้งหมดนี้ต้องลองสัมผัสเองครับ ผมยอมรับว่า การที่ผมถ่ายรูปได้ดีขึ้นไม่ใช่เพราะอ่านๆ เพราะผมอ่านๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ก็ยิ่งงง

ไม่มีทริป พอไปแรดกะพวกใน 2how หลังจากนั้น ก็สนุก มีเพื่อนไปถ่ายรูป มีคนสอน อะไรแปลกๆ เรา หลังๆ ก็เป็นแก๊ง ไม่ถ่ายรูปแล้ว แต่นัดกินข้าวกันเรื่อยๆ ...


ทั้งหมดนี้ ผู้อ่านต้องค้นพบด้วยตัวเองอ่ะครับ

------------------------

เพิ่มเติืม บางรูปเ้ราคิดว่ามันสุดแล้วตั้งแต่ต้นฉบับ แก้อะไรไม่ได้แล้ว เจงป่ะ ไม่หรอก ผมจะให้ดูวิธีการแถ แถ แถ

boomkung
ขอบคุงที่แนะนำงับ
no-madd
อืมได้ความรู้เพิ่ม
loveJung
ความรู้นี่ศึกษาเองแน่ๆ eyeimpress.gif
สมจุ้ย
ให้ความรู้มาก ๆ เลยค้าบ
ขอบคุณหลาย ๆ ^^


m-happy.gif
spilitz_alohaz
โอ้วว ขอบคุนคับ
MuJoKe
ขอบคุณคร้าบ
~MoMoJunG~
ขอบพระคุณงับ

เหอะๆ
ตอนนี้กำลังขาดแคลนทุนทรัพย์

อิจฉาเพื่อนจิงๆ
มานเล่นซื้อ

Canon EOS 30D
EF-S 17-85 IS
EF 70-200 F2.8L
EF 50 F1.4 II
Speedliet 580EX

สงสัยอีกซักปีสองถึงจาซื้อได้
cop ee
อุปกรณ์70 มุมมอง 30

สำหรับผมสนใจที่ มุมมองมากว่า effect นะ หุหุ
Mr.Forever
QUOTE,/'bbcode_wrap_code' => CODE(~MoMoJunG~ @ Dec 18 2006, 01:45 PM) *
ขอบพระคุณงับ

เหอะๆ
ตอนนี้กำลังขาดแคลนทุนทรัพย์

อิจฉาเพื่อนจิงๆ
มานเล่นซื้อ

Canon EOS 30D
EF-S 17-85 IS
EF 70-200 F2.8L
EF 50 F1.4 II
Speedliet 580EX

สงสัยอีกซักปีสองถึงจาซื้อได้



อุปกรณ์มันคือสิ่งที่ช่วยให้เราได้ภาพง่ายขึ้นอะครับ ยิ่งอุปกรณ์ดี เลนส์ไวแสง มันก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ภาพจะสวยหรือไม่ ก็อยู่ที่มุมมองอย่างที่รู้กันอะครับ m-happy.gif

มีความสุขกับการถ่ายภาพดีกว่าครับ แล้วค่อย ๆ พัฒนามุมมองของเราให้ดีขึ้น จากนั้นก็ถามว่าเรารีดคุณภาพจากอุปกรณ์ของเราได้เต็มที่แล้วหรือยัง

อย่างสองภาพด้านล่าง ผมถ่ายจากกล้องตกรุ่น 20D กับเลนส์ถูก ๆ Tamron 70-300 ราคาสามพันกว่าบาทเอง






เพราะงั้นอย่าไปเครียดกับเรื่องอุปกรณ์มากครับ ถ้ามันเกินกำลังของเรา หรือว่าถ้าไ้ด้มาแล้วมันทำให้เราเครียด และไม่มีความสุขกับการถ่ายภาพ บางคนควักเงินซื้อเลนส์ จนหมดกระเป๋า อดเที่ยว สุดท้ายได้แต่นอนกอดเลนส์อยู่บ้าน อย่างนั้นก็ไม่ไหวเนอะ dontworry.gif

ถามตัวเองให้ดีก่อนที่จะซื้ออุปกรณ์เพิ่มครับ ว่าเราใช้สิ่งที่เรามีคุ้มค่าและรีดความสามารถของมันออกมาได้เต็มที่แล้วหรือยัง ถ้ายังก็กลับไปศึกษามันเพิ่มขึ้น เรียนรู้มันมากขึ้น รับรองว่าเราจะได้ภาพที่สวยๆ แน่นอนครับ

แต่ถ้ามีเพื่อนที่มีเลนส์ดีๆ เยอะๆ ก็เลือกซื้อกล้องยี่ห้อเดียวกันกับเพื่อนเลยครับ อาศัยยืมเอา เอิ๊กๆๆๆ (ผมใช้บ่อย ฮา) haha.gif
Mr.Forever
ย้ายไปหน้าสองนะครับ จะได้ดูักันง่ายๆ โหลดไม่โหดร้ายเกินไป
eXeCuTe
้แพรมันใช้ 400d และคับ หลังจากพวกผมกดดันสำเร็จ ยุให้ใช้ 30d ไม่ยอม ดันซื้อ 400d ตามผมซะงั้น


เดะ ม.6 แท้ๆ แต่แซงพี่ๆ ไปหมดแล้ว

มุมมองดี
แต่งรูปเก่ง


น้องเค้าถ่ายมาสองปี .... เลนส์ก็ไม่โปรสักกะตัว อายมันมากๆ เอิ๊กๆ

ปล. ผู้ชายคนในรูปนั้น ที่แพรมันถ่ายนั่นก็ตา XL1 เทพอีกคนนึงเช่นกัน

ลอง 85 fix 1.2L ยังครับ ลองแล้วจะติดจาย แต่ก็จะติดที่ราคา 555555.gif
Mr.Forever
QUOTE,/'bbcode_wrap_code' => CODE(eXeCuTe @ Dec 25 2006, 11:31 AM) *
้แพรมันใช้ 400d และคับ หลังจากพวกผมกดดันสำเร็จ ยุให้ใช้ 30d ไม่ยอม ดันซื้อ 400d ตามผมซะงั้น
เดะ ม.6 แท้ๆ แต่แซงพี่ๆ ไปหมดแล้ว

มุมมองดี
แต่งรูปเก่ง
น้องเค้าถ่ายมาสองปี .... เลนส์ก็ไม่โปรสักกะตัว อายมันมากๆ เอิ๊กๆ

ปล. ผู้ชายคนในรูปนั้น ที่แพรมันถ่ายนั่นก็ตา XL1 เทพอีกคนนึงเช่นกัน

ลอง 85 fix 1.2L ยังครับ ลองแล้วจะติดจาย แต่ก็จะติดที่ราคา 555555.gif



ไม่กล้าจับอะเฮีย กลัวจับแล้วมือไม้อ่อนลื่นตกมือคงตายมันตรงนั้นเลย m-cry.gif

ปีหน้าเล็งๆ 70-200 F4L IS อยู่อ่ะ รอราคามันหายแกว่งก่อน เปิดตัวมาคงแพง รอสัก 42k ค่อยว่ากัน ทีนี้คงหมดกิเลสเรื่องเลนส์ไปพอสมควร errrr.gif (มันไม่มีทางหมดได้หรอก เอิ๊กๆๆ)

ว่าแต่เฮียก็เปลี่ยนกล้องแล้วเหรอ โอ้ กล้องใหม่กันหมด ส่วนผมก็ใช้ของตกรุ่นต่อไปจนกว่ามันจะพังคามือ เอิ๊กๆๆ
Mr.Forever
เทคนิคการตบแต่งภาพด้วย Action Soft Overlay

วันนี้มาแนะนำเทคนิคการแต่งภาพ Soft ลองปรับใช้ดูละกันครับ ลองอ่านๆ ดูนะจะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายและดูไม่ยุ่งยากเิกินไปนะครับ แต่ก่อนอื่นให้โหลด Action ที่ผมให้ไว้ในหน้าแรกมาใ้ช้ด้วยนะรับรองว่าปลอดภัยเพราะไม่ได้ไปโหลดจากไหนมา แ่ต่ทำเองอัดเองมากับมืออะครับ เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายนั่นเอง

Action ที่จำเป็นคือ Action ที่ชื่อ

1. Soft Overlay
2. Portrati BW Layer


โหลดได้จาก Link ด้านล่างเลยครับ วิธีใช้ก็ตามที่โพสหน้าแรกเลยครับ

http://www.filelodge.com/files/room44/1259...n%20Updated.atn

เมื่อโหลด Action และดึงเข้ามาใช้งานใน PS เรียบร้อยแล้วก็มาลุยกันได้เล้ยยย

ก่อนอื่นดูภาพต้นฉบับก่อนละกันครับ ภาพนี้ convert มาจาก Raw File ของกล้อง Canon EOS 20D + EF 50 F1.4 ครับ ถ่ายที่ Shutter Speed 1/320s, F-Stop 2.8 เลือกใช้ค่า F-Stop ที่กว้างๆ เพื่อช่วยให้ละลายฉากหลังที่ไม่มีเรื่องราวให้เบลอไป ตัวแบบจะได้เด่นออกมา




จากนั้นมาดูขั้นตอนการทำ Soft กันดีกว่าเนอะ

1. กดปุ่มเรียกใช้งาน Action ที่ชื่อ Soft Overlay ซึ่งเมื่อกดแล้ว จะมีหน้าต่างเมนูย่อยเด้งขึ้นมาให้ใส่ค่าความฟุ้งที่ต้องการ สามารถใส่ได้ตามใจ ว่าต้องการให้ฟุ้งมากน้อยเพียงใด ในตัวอย่างนี้เลือกใช้ความฟุ้งที่ 3 เพราะต้องการภาพที่คมๆ เนียนๆ มากกว่าฟุ้งๆ เบลอๆ ค่าที่แนะนำสำหรับภาพแนวนี้คืออยู่ที่ระหว่าง 3 - 5 ครับ (ตัวอย่างเพิ่มเติมจะแนบไว้ด้านล่างสุดหลังจากอธิบายการทำ Soft เรียบร้อยแล้ว)




2. จะเห็นได้ว่าเมื่อใช้งาน Action นี้แล้ว เราจะได้ Layer ใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็นสอง layer โดย Layer ด้านบนสุดคือ Layer ที่ทำให้ภาพดู Soft ขึ้นนั่นเอง และเนื่องจาก Layer ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น Overlay ทำให้สีสันของภาพจะดูดุดันรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

ที่สังเกตได้ชัดคือภาพจะมืดลงพอสมควร ให้ทำการเรียกรายละเอียดในส่วนมืดให้กลับมาด้วยคำสั่งจากเมนู Image>Adjustment>Shadow&Hightlight กดเครื่องหมายถูกหน้าช่อง Show More Option เราจะมีรายละเอีียดให้ปรับแก้เยอะึขึ้น

ลองปรับเล่นตามใจชอบดูครับ เน้นให้รายละเอียดตรงสีหน้า และส่วนที่มืดคืนกลับมาให้มากที่สุด โดยที่ภาพรวมยังไม่เสียไป

(ขออภัย ตัวอย่างด้านบนลืมปรับ เอาภาพนี้แทนละกันเนอะ) -*-




3. เมื่อปรับแก้เรียบร้อยเราจะได้ภาพที่ดู Soft มากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็ปรับโทนสีให้เหมาะสมกับความต้องการ โดยอาจจะปรับจากค่า Opacity ของ Layer บนสุดให้เหมาะสมกับโทนภาพที่เราต้องการ หรือหากเห็นว่าสีสันดุดันเกินจริงมากไป ก็สามารถปรับเปลี่ยนชนิดของ Layer จาก Overlay ไปเป็น Soft Layer แทนได้ ซึ่งจะได้ภาพที่มีสีสันจางลงแต่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น จากนั้นก็ปรับโทนสีให้เหมาะสมตามความต้องการ

แต่ถ้ายังไม่ถูกใจ ก็สามารถเพิ่มเทคนิคด้านล่างเข้าไปช่วยได้เช่นกัน เทคนิคนี้ทำให้ภาพมีโทนภาพที่ดูสวยและแปลกตาได้มากขึ้น

กดใช้ Action Portrait BW Layer ซึ่งจะทำการสร้าง Layer ภาพขาวดำขึ้นแทรกระหว่างภาพต้นฉบับ กับภาพที่ปรับให้เป็น Soft Overlay ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าภาพดูติดโทนหม่นๆ มากขึ้น สามารถปรับแก้โทนได้จากการเล่นกับค่า Opacity ของ Layer ได้เช่นกัน

ภาพที่ได้จาก Action นี้จะเป็นตามที่เห็นด้านล่าง และขณะนี้เราจะมี Layer เพิ่มขึ้นเป็น 3 Layers เรียบร้อยแล้ว




4. ในกรณีที่เราพบว่าภาพของเรานั้น ส่วนของความละเอียดในโทนมีดหายไป เช่นในส่วนของเส้นผม ที่มักจะสูญเสียรายละเอียดไป หลังจากที่ปรับใช้Action Soft Overlay เพิ่มเข้ามา ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดที่จะเรียกรายละเีอียดในส่วนมืด หรือรายละเอียดของเส้นผมกลับคืนมาก็คือการลบนั่นเอง

ทำการเลือกคำสั่งลบ จากไอค่อนยางลบตามที่วงไว้จากภาพด้านบน ปรับค่า Opacity ของยางลบ ซึ่งหมายถึงค่าน้ำหนักการลบนั่นเอง ค่ายิ่งมาก ยิ่งลบออกไปได้รุนแรงสะอาดหมดจด แต่ตรงนี้ปรับไว้สัก 30% กำลังดีครับ ตรงนี้หมายความว่าถ้าเราลบไปหนึ่งรอบ ภาพนั้นจะสูญเสียรายละเอียดในจุดที่เราลบไป 30% ซึ่งถ้าเราลบซ้ำจุดเดิมซ้ำอีก ก็จะกลายเป็นหายไป 60% เป็นต้น


กดคลิ๊กที่ Layer ที่อยู่บนสุด เพื่อทำการลบรายละเอียดในส่วนของผม จาก Layer บนสุดเพียง layer เดียว ซึ่งจะได้ตามที่เห็นด้านล่างครับ (เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจน สามารถปรับค่า Opacity ของ Layer บนสุดเป็น 100% ก่อน แล้วค่อยปรับลดภายหลัง)




5. หลังจากลบผมเพื่อเรียกรายละเอียดส่วนมืดกลับมาแล้ว เราจะพบว่าโทนสีของภาพยังดูแปลกๆ อยู่ ดังนั้นสามารถปรับลดค่า Opacity ของ Layer กลางให้ลดลง จาก 70% ให้เหลือราวๆ 50% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโทนของภาพ และลักษณะรูป ก็คงบอกได้แค่เพียงว่าปรับลดตามความเหมาะสมครับ ส่วนค่า Opacity ตรง Layer บนสุด อาจจะปรับให้เหลือสักราวๆ 70 - 80% ตามใจชอบครับ ขึ้นอยู่กับว่าถูกในสีของฉากหลังหรือไม่

หากเห็นว่าโทนของสีผิวประหลาดๆ ดูหม่นๆ ไม่สวย ก็ให้ทำการลบในส่วนของโทนผิวจาก Layer กลางออกไปครับ ซึ่งลบเบาๆ ก็พอสัก 20% - 30% จะทำให้โทนของสีผิวดูสดใสขึ้นไม่ดูหม่นจนกลืนไปกลับฉากหลังมากเกินไป

อาจจะทำการปรับแก้ค่าโทนสีโดยการใช้คำสั่ง Image>Adjustment>Photo Filter แล้วเลือกโทนสีที่เหมาะสมเพิ่อทำให้โทนผิวดูตรงตามธรรมชาติมากขึ้น



ตัวอย่างนี้ใช้โทนสีส้ม เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศยามเย็นๆ จากนั้นก็ทำการ Flatten Image หรือรวม layer ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำโดยคลิ๊กขวาที่ Layer ใดก็ได้แล้วเลือกคำสั่งFlatten Image เราจะได้ภาพที่เหลือเพียงแค่ Layer เีดียว

6. ปรับโทนสีให้สวยงามและถูกต้องตามที่ควรจะเป็น และทำการเพิ่มความคมของภาพถ่ายด้วยคำสั่ง Smart Sharpen ตามที่เคยบอกไว้ในหน้าแรก เราจะได้ภาพที่ทั้งคมและทั้งเนียนตามที่ต้องการ



7. อาจจะใช้เทคนิคต่างๆ เข้าช่วยในการแก้ไขค่าสี ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง Image>Adjustment>Selective Color หรือใช้ Image>Adjustment>Hue&Sat แล้วเลือกปรับค่าสีเฉพาะในส่วนที่เราเห็นว่าโดดออกมาเกินจริง

ปิดท้่ายด้วยการปรับภาพด้วย Image>Adjustment>Photo Filter ซ้ำอีกทีเพื่อทำให้ภาพดูกลืนเป็นภาพเดียวกัน เลือกใช้โทนสีที่เหมาะสมกับภาพที่ตบแต่ง แต่หากกังวลว่าสีผิวที่ปรับไว้ดีแล้วจะได้รับผลกระทบ ก็สามารถทำการ Duplicate layer ใหม่ขึ้นมา แล้วแก้เฉพาะโทนสีของฉากหลังได้ ส่วนตรงสีผิว หรือเสื้อผ้าที่ปรับไว้สีตรงแล้ว ก็ทำการลบไปไม่ให้ค่าสีของ Filters เข้ามาป่วนได้เช่นกัน

สุดท้ายใส่ชื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ปรับนุ้นปรับนี่ตามที่ต้องการส่งท้าย ก็จะไ้ด้ภาพออกมาเช่นนี้



จับมาเทียบกับภาพต้นฉบับเล็กน้อย เพื่อเปรียบเทียบกับความเปลี่ยนแปลงครับ







ก็คร่าวๆ ราวๆ นี้แหละครับ สำหรับการทำ Soft ให้กับภาพที่เราถ่ายมา แต่ถ้าเห็นว่าภาพที่ทำมามันดูไม่ Soft มากพอ ก็ทำการปรับค่าความฟุ้งเอาครับ หากอยากไ้ด้ฟุ้งๆ มากๆ กว่านี้ก็เพิ่มค่าเอาครับเป็น 5 เป็น 10 ก็ว่ากันไปแล้วแต่ความพอใจ ของแบบนี้มันแล้วแต่รสนิยมความชอบครับ

แต่เทคนีิคนี้รับรองว่าจะทำให้เราไ้ด้ภาพที่ดูเนียนๆ คมๆ ไม่ดูฟุ้งๆ เบลอๆ จนดูประหลาดเหมือนกับคนอื่นๆ แน่นอน ขนาดว่าภาพวิวผมยังใช้เทคนิคนี้เข้าช่วยทุกภาพครับ เพราะมันทำให้ภาพดูเนียนๆ นุ่มๆ คมๆ ไม่เหมือนคนอื่นๆ ดี แต่ต้องทำละเอียดมากกว่านี้นะ

==========================================


ตัวอย่างการเลือกใช้ค่าความฟุ้งสำหรับ Action Soft Overlay

ยกตัวอย่างจากภาพที่ผมเคยแต่งละกันครับ ภาพทุกภาพที่ยกมาประกอบใช้เทคนิคเดียวกับกับที่อธิบายไปข้างต้นครับ เพียงแต่ว่ารายละเอียดการตบแต่งอาจจะมากขึ้นกว่าที่อธิบายเล็กน้อยในการแต่งค่าสีครั


ภาพส่วนใหญ่มาจาก Canon EOS 20D + EF 17-40 F4L & EF 85 F1.8 ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อ EF 50 F1.4 เลย ถ่ายภาพบุคคลครึ่งตัวแต่ละรูป ถอยไกลสุดๆ แต่พอใช้ 50 F1.4 ถ่ายคนครึ่งตัวสนุกขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องถอยเยอะ อิอิ

แต่ยังไงฉากหลังเลนส์ 85 F1.8 ก็เบลอได้สวยกว่าครับ ค่า Bokeh (รูปแบบการเบลอฉากหลัง) มันสวยกว่า แต่ถ้าเทียบความสะดวกและสนุกแล้ว 50 ถ่ายสนุกกว่าเยอะเลย เพราะไ้ด้ใกล้ชิดกับแบบมากกว่า อิอิ


บ่นไรของมันฟะ เข้าเรื่องดีกว่า ภาพด้านล่างจะยกตัวอย่างการใส่ค่าความฟุ้งสำหรับ Action Soft Overlay ครับ

1. ภาพคน + วิว ในแบบที่คนน้อยกว่าวิว

จะเห็นไ้ด้ว่าหากใส่ค่าความฟุ้งมากไป ค่าความคมชัดของวิวมันจะหายไป ทำให้ไม่สวยอย่างที่คิด ทางแก้คือลดค่าความฟุ้งให้ดูไม่เบลอมาก หรือทำการเบลอเฉพาะส่วน แต่ยุ่งยากไปหน่อย

ภาพนี้ใช้ค่าความฟุ้งที่ 3 ซึ่งจะเห็นว่าภาพที่ได้ดูคมๆ เนียนๆ กำลังงามเลย ฉากหลังใช้เทคนิคการแทรกภาพขาวดำอย่างที่อธิบายไป ทำให้ฉากหลังดูเก่าๆ ขลังๆ สมกับความเป็นอยุธยามากขึ้น และทำการลบรายละเอียดในส่วนตัวแบบออกตรง Layer BW ทำให้ตัวแบบไม่ดูหม่นไปกับฉากหลัง ดูโดดเด่นและสดใสแต่ก็ไม่ดูแปลกแยกเกินไป





2. ภาพคน + วิว แต่คราวนี้สัดส่วนของคนกับวิวมีราวๆ ครึ่งต่อครึ่ง

สำหรับภาพนี้ผมเลือกใช้ค่าความฟุ้งที่ 4 เพื่อให้ตัวแบบดูนุ่มนวลเนียนมากขึ้น ในขณะที่วิวก็ไม่ได้ดูเบลอะไรมากมาย ยังคงดูคมชัดตามปกติ




3. ภาพคนแบบเน้นส่วนของใบหน้า ความคมชัดของวิวไม่จำเป็นเท่าไหร่

ภาพนี้ผมใช้ค่าความฟุ้งอยู่ที่ 5 ซึ่งก็ได้ค่าความนวลเนียนที่ฟุ้งสวยกำลังงาม แต่ถ้าต้องการให้มากกว่านี้สามารถปรับขึ้นได้ถึง 10 เช่นกัน ก็แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนตัวครับ




==================================================

ในกรณีที่ภาพมีฉากหลังที่ไม่จำเป็นต้องเล่นกับโทนมีดๆ หม่นๆ เช่นมีฉากหลังเป็นต้นไม้สีเขียวๆ ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งแบบมี Layer BW เข้ามาแทรกก็ได้ เพราะจะไ้ด้ลดขั้นตอนการแต่งภาพลงได้ ปรับแค่จากค่า Opacity ของ Layer Overlay เอาแทน หรืออาจจะปรับจาก Overlay เป็น Soft Light แทนได้เช่นกัน

เหมาะจะใช้กับภาพแนวสดใสร่าเริง และฉากหลังเป็นโทนสีสดใส




==================================================
Mr.Forever
เทคนิคการเล่นกับโทนสีของภาพ

บางครั้งการแต่งภาพก็อาจจะใช้โทนสีเข้ามาช่วยทำให้ภาพน่าสนใจมากขึ้น เพราะจะทำให้ดูแปลกตา น่าสนใจขึ้นมาไ้ด้เช่นกัน การปรับโทนสีทำได้หลายวิธี มีทั้งวิธีที่ยุ่งยาก หลายขั้นตอนกว่าจะได้ภาพออกมาสวยๆ ตัวอย่างเช่นภาพจากกระทู้ด้านล่างของน้องแพร ที่พึ่งอยู่ม.หก แต่ถ่ายภาพได้แบบที่คนอายุมากกว่าถึงกับตะลึง เทคนิค มุมมอง การ Post-Process เนี๊ยบมากๆ เห็นแล้วอายไปเลย -*-




ภาพจากน้อง PraE ครับ สนใจดูภาพของน้องเขาเพิ่มเติมดูได้จาก link ด้านล่างครับ สำหรับน้องเด็กม.หกคนนี้ ใช้กล้อง 300D ด้วยนะขอบอก แต่ตอนนี้คงไ้ด้กล้องใหม่ไปแล้วมั้ง เอิี๊กๆๆ

http://www.2how.com/gallery/index.php?memberid=4

ตัวอย่างภาพด้านบนน่าจะอธิบายคำว่าการเล่นกับโทนสีได้อย่างชัดเจนนะ ว่าหมายถึงอะไร ภาพแนวนี้เราเห็นส่วนมากในงานภาพของเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหนัง หรือละคร หรือ MV หรือที่ง่ายสุดก็ในหนัง Seasons Change ก็ีมีเช่นกันแต่จะไม่เด่นชัดมาก เพราะเน้นโทนสีธรรมชาติแล้วอิงไปตามฤดูมากกว่านั่นเอง

ซึ่งแน่นอนว่าเทคนิคที่น้องเขาใช้ค่อนข้างซับซ้อน และต้องอาศัยการเล่นกับโทนสีที่เก่งพอตัว คงเอามาอธิบายไม่ได้นะครับ เพราะแต่ละภาพมันก็ต้องใช้เทคนิคการผสมโทนสีีที่ไม่เหมือนกัน

แต่ที่ผมจะเอามาอธิบายเป็นอะไรที่ง่ายมากครับ ปรับใช้คำสั่ง Image>Adjustment>Photo Filter เข้ามาใช้เท่านั้นเอง ง่ายๆ เอาเป็นไอเดียครับ ใครเอาไปคิดต่อยอดได้ก็ตามสบายครับ ปรับใช้ร่วมกันกับคำสั่ง Image>Adjustment>Replace Color ก็จะได้ภาพที่ดูแปลกตาขึ้นมาได้เช่นกันครับ

ภาพด้านล่างปรับง่าย ๆ ด้วยการใช้คำสั่ง Image>Adjustment>Photo Filter เพียวๆ ปรับด้วย Filters Sepia เท่านั้นเอง ก็ได้ภาพแนวด้านล่างแล้ว เอาไปเป็นไอเดียละกันครับ ของอย่างนี้อยู่ที่ไอเดียครับกับการเล่นกับโทนสี





ส่วนถ้าอยากทำแบบของน้องแพรเขา อันนี้ต้องใช้เทคนิคหลายแบบผสมกันนะ ผมเองก็ไม่เคยถามด้วยดิว่าน้องเขาแต่งภาพยังไง แต่คิดว่าคงใช้ Channel Mixed เพื่อปรับเปลี่ยนโทนสีของฉากหลัง + Color Balance + Photo Filters

อย่างถ้าเอาภาพตัวอย่างที่ใช้ทำ Soft มาลองปรับโทนสี ก็จะได้ออกมาราวๆ นี้ครับ เปลี่ยนบรรยากาศช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สีเขียวเหลืองสดใส มาเป็นโทนสีฤดูใบไม้ร่วงได้เช่นกัน อิอิ




เทคนิคการเปลี่ยนโทนสีของฉากหลังดูได้จากกระทู้ด้านล่างครับ

http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=621

(ถ้าดูรูปไม่ได้อาจจะต้องสมัครสมาชิกก่อนนะ แต่เวปนี้ดีมากแนะนำให้สมัครไว้)

ส่วนเทคนิคการแก้ค่าสีก็ลองอ่านจากกระทู้นี้ครับ ช่วยทำให้เราปรับค่าสีได้ตรงขึ้นในกรณีที่ตอนถ่าย แสงเพี้ยนเนื่องจากหลายปัจจัย เช่นไฟในงาน สปอร์ตไลท์ อะไรพวกนี้

http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=24014


รูปตัวอย่างด้านล่างจะเห็นได้ว่าสีเขียวด้านหลังถูกเปลี่ยนให้เป็นสีเหลือง ถ้าไม่บอกว่ารูปนี้ถ่ายที่อยุธยา คุณจะคิดว่ารูปนี้ถ่ายกันที่ประเทศไหนดี เกาหลีได้มะ อิอิ



ก็แนะนำไปตามประสบการณ์ครับอาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง เพราะส่วนตัวผมไม่ค่อยเก่งเรื่องถ่าย Portrait เ่ท่าไหร่อะครับ ส่วนใหญ่เน้นถ่ายแต่วิว แฮ่...

หวังว่าคงพอมีประโยชน์นะครับกับเทคนิคที่อธิบายไป ใครสงสัยตรงไหนถามได้ครับ กลับไทยวันที่ 30/12/06 พอกลับแล้วคงยุ่งๆ อาจจะไม่ได้เข้ามาบ่อยเท่าไหร่แล้วครับ ยังไงจะรีบเคลียร์เรื่องที่เขียนไว้ให้อ่านกันจบๆ ก่อนกลับแน่ๆ ครับ ^^
pheonix
โอ้ว.... ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ทีนี้ล่ะ..
แต่ปัญหาคือยังมะมีกล้องทีน่ะสิ เก็บตังค์เพิ่มเติมจากงบอนุมัติอยู่ครับ
Noyochan
สุดยอดจิงๆเลย :)
J•u•n•e
ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้ดีๆมากเลย salute.gif
Mr.ตัวแสบ
อ่านตาแฉะเลยอ่า แต่ได้ความรู้อ่า เด๋วต้องลอง m-bye.gif
Lovelyseasons
ขอบคุณหลายน้า m-deejai.gif
IcezZ
ขอบคุนคับ มีเทคนิกดีดีเยอะแยะเลย salute.gif
~(Chef)~
:)
มีเทคนิคดีๆมาฝาก
ขอบคุณนะคะ
ปิงงับ
ขอบคุงงับประโยชน์มากมายเลยสำหรับผมนะ m-deejai.gif
DAI
เเจ่มากๆ

เเต่ไม่มีกล้อง- -*

เหอะๆ
lovely_cake
ขอบคุณมากค๊ะ >_____________________<
This is lo-fi version : หมวดที่คุณสามารถดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องโหลดกราฟฟิคมากมาย ซึ่งบอร์ดได้ตัดส่วนนั้นออก เพื่อให้โหลดไวขึ้น
แต่ถ้าคุณอยากกลับไปดูข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ ให้คุณ Click ที่นี่
.